พ่อปืนดุ เห็นโจทก์ยกพวกปรี่ทำร้ายลูก คว้าลูกซองยิงสวน เจ็บ 3 กระบะพรุน



เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 ก.ย. พ.ต.ท.พีรกุล แฝงฤทธิ์หลง สารวัตร(สอบสวน) สภ.บางปะอิน รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกัน บนถนนจอมพล ป. ม.3 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ สถิตย์ สังข์ประไพ รรท.ผกก.สภ.บางปะอิน, เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และมูลนิธิพุทไธสวรรย์



ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซุซุ ทะเบียน กร-4689 ลพบุรี ที่ประตูและกระจกมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน 21 รู ข้างรถพบผู้บาดสาหัสชื่อ นายวิโรจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สภาพถูกยิงเข้าที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลอุทัย และยังพบผู้บาดเจ็บอีก 2 รายชื่อ นายวิรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และ น.ส.กัลยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ที่นั่งอยู่ในรถกระบะ เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ทั้งนี้ ที่อู่ซ่อมรถยนต์ตรงข้ามที่เกิดเหตุพบ นายฐิติพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ยืนถือปืนลูกซองยาว รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้าควบคุมตัว พบปลอกกระสุนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 ปลอก กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 ตกอยู่ อีก 1 นัด ซองเก็บลูกปืนพร้อมกระสุนปืนอีกจำนวน 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายฐิติพงศ์ ให้การว่า ตนได้ยิงเสียงทะเลาะวิวาทกันจึงออกมาดู ก็พบว่าลูกชายของตนกำลังจะถูกทำร้าย กลุ่มวัยรุ่นวิ่งข้ามถนนมา จึงได้คว้าปืนลูกซองยิงไป 1 นัด ตนยอมไม่ได้มาทำร้ายลูกของตน วันก่อนก็มาครั้งหนึ่งแล้ว



ด้าน นายพลวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ลูกชายผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ โดยกลุ่มของผู้บาดเจ็บมาจอดรถอยู่ทางด้านฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็เดินมาที่ร้าน ตนอยู่ภายในอู่ เปิดไฟ และแง้มประตูเอาไว้ ก็ได้ยินเสียงคล้ายปืนถูกที่ประตูของอู่ จึงออกมาดู พบกลุ่มผู้บาดเจ็บจอดรถฝั่งตรงข้ามถนน จึงเกิดการโต้เถียงกัน ท้าทายกัน

หนึ่งในผู้บาดเจ็บเดินข้ามถนนมา จะเอามีดแทง จึงได้ตะโกนเรียกพ่อ ว่าพวกมันมาอีกแล้ว และให้พ่อหยิบปืนมาด้วย จากนั้น พ่อออกมาแล้วใช้ปืนลูกซองยิงใส่ผู้บาดเจ็บ รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนกลุ่มผู้บาดเจ็บเปิดอู่ซ่อมรถเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ ได้เข้าไปคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของรุ่นพี่เกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์ของผม มีการตอบโต้กันไปมา ซึ่งเมือวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้บาดเจ็บได้ขับรถเก๋งมาเบิ้ลรถอยู่หน้าร้าน จนเกิดการโต้งเถียงแล้วแยกย้ายกันไป" นายพลวัฒน์ กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายฐิติพงศ์ ไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับจะสอบสวนผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง