บิ๊ก ตร. สั่งล่ารถสองแถว โกงเงินทอนนักเรียน ไม่มีเงินซื้อข้าว เขียน จม.ลาจะวิ่งให้รถชน



จากกรณีรถสองแถวรับจ้างประจำทาง สายสัตหีบ-พัทยา ไม่ทอนเงินค่าโดยสาร 100 บาทคืนให้เด็กนักเรียนชาย จนเป็นเหตุให้จะกระโดดสะพานลอยข้ามถนน และวิ่งให้รถชนฆ่าตัวตายเพราะไม่มีเงินติดไว้กินอาหารกลางวันและและเป็นค่ารถกลับบ้านหลังเลิกเรียน เหตุเกิดช่วงเช้าที่ผ่านมา



ล่าสุดเรื่องนี้ นายอนุชา อินทรศร นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปัญญา ดำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ สั่งการนายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอสัตหีบ พ.ต.ท.สุพรรณ ใจหาญ สว.สส.สภ.สัตหีบ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจกล้องวงจรปิดตามถนนสุขุมวิท เพื่อตามหารถสองแถวประจำทางคันดังกล่าวที่ พร้อมเข้าตรวจสอบหาข้อมูลประวัติของผู้ขับขี่รถสองแถวคิว สัตหีบ-นาเกลือ ว่าเป็นคันไหน

จากนั้น พ.ต.อ.ปัญญา เรียกพี่ชายเด็กนักเรียนมาสอบถาม โดยระบุว่า ครอบครัวพ่อ-แม่แยกทางกันไปนานแล้ว น้องพักอาศัยอยู่กับพี่ชายที่สัตหีบ แต่ตอนนี้น้องขอไปพักอาศัยอยู่กับป้าที่เมืองพัทยา ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร ตนทำงานรับจ้างรายวันหาเงินส่งเงินน้องไปโรงเรียน ส่วนพ่อกับแม่จะโอนเงินให้น้องไปเรียนบ้างตามกำลังที่จะส่งให้ไว ซึ่งตัวน้องนั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและมีความเครียดสะสมจากปัญหาครอบครัว แล้วยังมาเจอคนขับรถไม่ทอนเงินที่จะเอาไว้ใช้จ่ายทำให้เกิดความเครียด และน้อยใจจึงคิดสั้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ตอนนี้น้องปลอดภัยดี ป้าได้มารับตัวที่รพ. นำไปดูแลที่บ้านพักแล้ว

ด้านพ.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า ตำรวจเร่งติดตามคนขับรถสอบแถวมาสอบสวนแล้ว พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ตอนนี้กำลังรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลคนขับรถสองแถวในช่วงเวลานั้นมาให้น้องยืนยันว่าเป็นใคร เพื่อจะได้เรียกตัวมาพูดคุย ส่วนตัวน้องนั้นนายอำเภอสัตหีบ ได้ประสานไปยัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรีเข้ามาดูแลตัวน้องและครอบครัว เพื่อแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย และพยานไปแล้วหลายปาก อีกทั้งฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามผู้ขับรมาสอบปากคำ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีพฤติการณ์เจตนาที่นำเงินไปจากเด็กชายจริง เบื้องต้นอาจจะเข้าความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ ตาม ป.อ.มาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดอื่นหากตรวจสอบแล้วพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป



รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับไปยัง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับในจังหวัดชลบุรี ให้ไปกำกับดูแลและกวดขันเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ และ ให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมกำชับให้ ติดตามผู้ขับรถคันดังกล่าวมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป ขอฝากไปยังผู้ประกอบการต่างๆ อย่าเอารัดเอาเปรียบ หรือฉกฉวย ซ้ำเติมความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจนำพามาซึ่งความสูญเสียแบบคาดไม่ถึงได้

ขอบคุณ khaosod