ผู้ปกครอง สุดทน แฉตำรวจมีพิรุธ นักข่าวถูกสั่งให้ลบภาพในโรงพัก


ผู้ปกครอง สุดทน แฉตำรวจมีพิรุธ นักข่าวถูกสั่งให้ลบภาพในโรงพัก



ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีความคืบหน้า การออกหมายเรียกตัว น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ ครูจุ๋ม ที่มีพฤติกรรมไม่ดีกับเด็กระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ราชพฤกษ์ ซึ่วกำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังนั่งพูดคุยรายละเอียดกับผู้ปกครองหลายราย ที่เพิ่งเลิกงานฝ่าสายฝนที่ตกหนักเพื่อเดินทางมาดำเนินเรื่องกับ ครูจุ๋ม

ปรากฏว่า ร.ต.อ.สุภกร แสงจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ เจ้าของเรื่อง เชิญผู้สื่อข่าวออกจากโรงพักทั้งหมด โดยอ้างสิทธิ์และอำนาจที่มีประจำโรงพัก และสั่งให้ผู้สื่อข่าวลบภาพข่าวที่ถ่ายภายในโรงพักทั้งหมด ต่อหน้าผู้ปกครองเด็กที่กำลังรอเข้าแจ้งความ ทำให้ผู้สื่อข่าว ต้องยื่นโทรศัพท์ให้ตำรวจลบภาพทิ้งต่อหน้า ก่อนออกมาสัมภาษณ์ผู้ปกครองที่หน้าโรงพักแทน

1 ในผู้ปกครอง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนที่ตำรวจเดินเข้ามา ได้รีบเข้าไปในห้องที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และไม่ได้เข้ามาคุยกับผู้ปกครองเลย แต่กลับไปคุยกับทางโรงเรียน เหมือนมากันผู้ปกครอง จนตนงงว่าทำไมไม่เข้ามาคุยกับกลุ่มผู้ปกครอง จนผู้ปกครองที่มาเริ่มโวยวาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่กลับได้ให้ส่งตัวแทนผู้ปกครองเข้าไปเพียงคนเดียว คิดว่ามีพิรุธแน่นอน

ถ้าในที่สุดแล้วเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรม กลุ่มผู้ปกครองคงต้องรวมตัวเพื่อเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ทุกวันนี้ครูจุ๋ม ยังไม่ได้โดนจับอะไร ยังใช้ชีวิตข้างนอกปกติ ทั้งที่มันควรถูกจับตั้งแต่วันแรกที่คลิปออกไปแล้ว แล้วความปลอดภัยของเด็กคืออะไร กฎหมายไม่คุ้มครองคนที่โดนกระทำเลย

ผู้ปกรอง กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ผู้ปกครองรวมตัวกันไปขอดูกล้องวงจรปิดในห้องเรียน และนับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาหลายวัน จนมีผู้ปกครองนำคลิปจากกล้องวงจรปิดทยอยเดินเข้าแจ้งความเป็นสิบราย แต่ในวันนี้เรื่องกลับยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ แม้แต่การออกหมายเรียกหมายจับก็ยังไม่มีเลย

ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งให้ทาง สภ.ชัยพฤกษ์ เร่งรัดในเรื่องดังกล่าวโดยด่วน ด้วยการออกหมายเรียก ครูจุ๋ม มาดำเนินการสอบปากคำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาได้ทันที เพราะจากคลิปเหตุการณ์ที่ผู้ปกครองเด็กนำมาแจ้งความ เพียงพอที่จะดำเนินเรื่องได้แล้ว แต่เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องการออกหมายเรียกในเรื่องดังกล่าว กลับไม่ได้รับคำตอบใดจากพนักงานสอบสวน จนนำไปสู่การใช้อำนาจไล่ผู้สื่อข่าวออกจากโรงพัก และสั่งให้ลบภาพที่บันทึกในโรงพักทั้งหมด